จากภาพถ่ายถนนเยาวราชในปี พ.ศ. 2505 การที่โรงอุปรากรจีน โรงงิ้ว ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นโรงภาพยนตร์นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในหลายแง่ ดังนี้ การก้าวเข้าสู่ความทันสมัย (Modernization) บรรยากาศในภาพปี 2505 แสดงให้เห็นว่าเยาวราชเป็นย่านที่ทันสมัยมาก มีทั้งรถยนต์คลาสสิก ป้ายไฟนีออน และแบรนด์สากลอย่าง Rolex การเปลี่ยนจากโรงอุปรากรแบบดั้งเดิม เช่น
สินฟ้า มาเป็นโรงภาพยนตร์ที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอย่าง CATHAY สะท้อนถึงการปรับตัวตามกระแสโลกเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนในยุคนั้น
การรักษาเนื้อหาเดิมในรูปแบบใหม่ แม้จะเปลี่ยนเป็นโรงภาพยนตร์ แต่ป้ายคัตเอาต์หน้าตึกคาเธ่ย์ยังคงเป็นภาพวาดตัวละครจีนย้อนยุค
สิ่งนี้บอกเราว่า ผู้ชมในเยาวราชยังคงนิยมเรื่องราวพงศาวดารหรือตำนานจีนเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการเสพจากการแสดงสดบนเวที (งิ้ว) มาเป็นการชมผ่านแผ่นฟิล์มที่มีความตื่นตาตื่นใจและสมจริงมากกว่า
ความได้เปรียบทาง
ธุรกิจและเทคโนโลยีในยุคทศวรรษ 2500 ภาพยนตร์เป็นสื่อความบันเทิงใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด อาคารสูงหลายชั้นอย่างตึกคาเธ่ย์ถูกออกแบบมาให้รองรับผู้ชมจำนวนมากและมีการประชาสัมพันธ์ที่ดึงดูดสายตาด้วยภาพวาดขนาดมหึมา
ซึ่งการฉายภาพยนตร์มีความสะดวกในการจัดการและสามารถดึงดูดกลุ่ม
ลูกค้าได้กว้างขวางกว่าการแสดงงิ้วแบบดั้งเดิม
การผสมผสานทางวัฒนธรรม: การแต่งกายของผู้คนบนทางเท้าที่เริ่มสวมชุดสากลตามแฟชั่นยุค 60s แสดงถึงการเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก
โรงภาพยนตร์จึงเป็นตัวแทนของความบันเทิงที่ดูเป็นสากลมากกว่า ซึ่งเข้ากับภาพลักษณ์ของเยาวราชที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับสูงในขณะนั้น
จากภาพถ่ายของถนนเยาวราชในปี พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นช่วงต้นทศวรรษ 1960 (ยุคซิกซ์ตี้) แฟชั่นของผู้หญิงที่ปรากฏบนทางเท้าสะท้อนถึงอิทธิพลของยุคสมัยนั้นได้ดังนี้
การใช้สีสันที่สดใส (Vibrant Colors): ในภาพจะเห็นสุภาพสตรีสวมชุดที่มีสีสันโดดเด่น เช่น สีชมพูสดและสีเหลือง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของแฟชั่นยุค 60s ที่เริ่มได้รับอิทธิพลจากกระแส Pop Art และความตื่นตัว
ของคนรุ่นใหม่ในยุคนั้นที่ต้องการความสดใสและแตกต่างจากโทนสีขรึมในอดีต
รูปทรงชุดที่ดูทันสมัยและเรียบง่าย (Modern Silhouettes)แฟชั่นในภาพแสดงให้เห็นการเปลี่ยนจากชุดพื้นเมืองหรือชุดแบบดั้งเดิมมาเป็นชุดสไตล์ตะวันตก เช่น เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อไม่มีแขนคู่กับกระโปรงทรงสอบหรือทรงเอ ซึ่งเป็นชุดที่เน้นความคล่องตัวและดูทันสมัย เหมาะกับการเดินเลือกซื้อของในย่านธุรกิจที่คึกคักอย่างเยาวราช
การแต่งกายที่สะท้อนความเป็นเมือง (Urban Sophistication)สไตล์การแต่งตัวของผู้หญิงในยุคนั้นดูมีความ
ประณีตและสุภาพ สะท้อนถึงค่านิยมของชนชั้นกลางและกลุ่มผู้มีฐานะในย่านเยาวราชที่ติดตามเทรนด์แฟชั่นโลก ซึ่งสอดคล้องกับการมีป้ายโฆษณาสินค้าหรูอย่าง Rolex และโรงภาพยนตร์ Cathay ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง
การผสมผสานวัฒนธรรม แม้จะเป็นย่านคนไทยเชื้อสายจีน แต่แฟชั่นของผู้หญิงในภาพกลับเอน
เอียงไปทางสากลนิยมมากกว่าการสวมใส่กี่เพ้าแบบดั้งเดิม แสดงให้เห็นว่าคนในยุคปี 2505 เริ่มมองว่าความสวยงามในแบบสากลเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและรสนิยมที่ดี
โดยรวมแล้ว แฟชั่นผู้หญิงในภาพนี้คือหลักฐานที่มีชีวิตซึ่งแสดงให้เห็นว่าเยาวราชไม่ใช่แค่ศูนย์กลางการค้าทองคำหรืออาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นย่านนำเทรนด์แฟชั่นที่คนในยุคนั้นใช้เป็นพื้นที่ในการแสดงออกถึงความทันสมัยตามกระแสโลก


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น