วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ตราบใดที่เข้าใจธรรม






เป็นเรื่องน่าคิดที่ธรรมชาติ อนุญาตให้บรรดาสัตว์โลกทั้งหลายมีชีวิตอยู่บนโลกนี้นับเป็นวันได้โดยเฉลี่ยดังนี้....

แมลงเม่า - 1 วัน
มด - 21  วัน
ปลากะตัก - 21 วัน
แมงปอ - 120  วัน
ปลาหางนกยูง - 120 วัน
กระต่าย - 1,825 วัน
สุนัข - 5,475 วัน
ม้า - 10,950  วัน
มนุษย์ - 25,550 วัน
ช้าง - 36,500 วัน
เต่า - 73,000 วัน

ทุกชีวิตมีเวลาที่ธรรมชาติอนุญาตให้อยู่ได้ ตามวงจรชีวิตของแต่ละสายพันธิ์ถ้านับเป็นวันแล้ว น้อยมากจริงๆ ยิ่งมนุษย์แล้ว ถ้าอายุครบ 60 ปี ก็เท่ากับเวลาผ่านไปแล้ว 22,000 วัน เวลาก็ยิ่งเหลือน้อยนิดลงไปอีกเหลือเพียงไม่กี่วันเอง บวกลบได้ไม่มากมายหรอก ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองยังสุขภาพดีอยู่ก็ตาม
 
ดังนั้นการใช้เวลาที่เหลือ ในการดำรงชีวิตอย่าได้หลงระเริงโดยเด็ดขาด จะต้องยึดหลักปฎิบัติของพระพุทธองค์เป็นหลัก ให้หมั่นสร้างบุญ สร้างกุศล หมั่นทำความดี เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม จัดการเรื่องราวต่างๆให้เรียบร้อย โดยเฉพาะสำหรับลูกหลานและคนที่ยังอยู่ข้างหลัง และต้องลดละเลิก การสะสม ลดโมหะ โทสะ โลภะ ทั้งปวง
 
เตรียมตัวนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต และพร้อมที่จะจากโลกนี้ไปได้ในทุกเวลาอย่างมีความสุข เพราะเข้าใจในสิ่งธรรมชาติกำหนดไว้แล้ว จงจำไว้ว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ

คำถาม คือ ชีวิตคืออะไร ? (ดู Clip)









ปลากัด

SASM_000000006_2P




ประเภทของปลากัด โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ยนต์ มุสิก ปลากัดที่พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทยมีอยู่ ๓ ชนิด แต่มีเพียงชนิดเดียวที่นิยมเลี้ยงกันมากในประเทศไทย และแพร่หลายไปทั่วโลก คือ ปลากัดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens ซึ่งพบทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ปลากัดอีก ๒ ชนิดที่นิยมนำมากัดกัน แต่ไม่นิยมนำมาเลี้ยงหรือปรับปรุงพันธุ์นั้น ชนิดหนึ่งเป็นปลาพื้นเมืองภาคใต้ (Betta imbellis) และอีกชนิดหนึ่งเป็นปลากัดพื้นเมืองภาคอีสาน (Betta smaragdina) ในระยะหลังได้มี

การนำปลาป่าพื้นเมืองภาคใต้มาผสมข้ามสายพันธุ์บ้าง เพื่อให้ได้ลูกผสมที่กัดเก่ง หรือให้ได้สีและลักษณะที่สวยงาม อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงปลากัด โดยทั่วไปจะหมายถึง Betta splendens ซึ่งนิยมเลี้ยงกันอยู่ทั่วโลก โดยที่ปลากัดชนิดนี้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถสร้างลักษณะสีและครีบได้มากมายแฝงอยู่ จึงทำให้มีการพัฒนาปลากัดสายพันธุ์ที่มีลักษณะใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ และมีการตั้งชื่อปลาที่พัฒนาได้ใหม่นั้นด้วย ปลากัดแบ่งออกเป็น ปลาป่าหรือปลาลูกทุ่ง ปลาสังกะสี และปลาลูกหม้อ ปลากัดจีน ปลา

กัดหางสามเหลี่ยม หรือปลากัดเดลตา ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก หรือปลากัดฮาล์ฟมูนเดลตา ปลากัดหางมงกุฎ หรือปลากัดคราวน์เทล ปลากัดประเภทอื่น ๆ ปลากัดจีน เป็นชื่อที่ใช้เรียกปลากัดครีบยาวมาช้านาน เข้าใจว่าอาจมาจากลักษณะครีบที่ยาวรุ่ยร่ายสีฉูดฉาดเหมือนงิ้วจีน ปลากัดจีนเป็นปลาที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากปลาลูกหม้อ โดยผสมคัดพันธุ์ให้ได้ลักษณะที่มีครีบและหางยาวขึ้น ความยาวของครีบหางส่วนใหญ่จะยาวเท่ากับ หรือมากกว่าความยาวของลำตัวและหัวรวมกัน และมีการพัฒนาให้ได้สีใหม่ๆ และสวยงาม โดยนักเพาะเลี้ยงปลากัดชาวไทย ซึ่งได้พัฒนาสายพันธุ์สำเร็จมาช้านาน ก่อนที่ปลากัดจะ


ถูกนำไปเลี้ยงในต่างประเทศ แต่ไม่มีการบันทึกไว้ว่า การพัฒนาปลากัดสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ปลากัดชนิดนี้เป็นชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามแพร่หลายไปทั่วโลก และได้มีการนำไปพัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่อง จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะใหม่ ๆ ออกมาอีกมากมาย


ความกตัญญู

P_0000000310001706_20190310


ฟ้าดินให้ความสำคัญกับ ความกตัญญู เป็นอันดับแรกความกตัญญูเพียงหนึ่งคำ ทำให้ทั้งครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุขผู้ที่มีความกตัญญูจะสามารถให้กำเนิดบุตรที่มีความกตัญญูบุตรหลานที่กตัญญูย่อมมีสติปัญญาและคุณธรรมอันดีงามความกตัญญูเป็นคุณธรรมก้าวแรกของมนุษยธรรมบุตรที่มีความกตัญญู เมื่อจากโลกนี้ไปจะได้เป็นเทพเซียน
แต่ครั้งโบราณกาล ขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ล้วนแต่เป็นบุตร

ที่มีความกตัญญูกษัตริย์คัดเลือกขุนนางที่ดีจากผู้ที่มีความกตัญญู มีสุจริตธรรมให้มีความกตัญญูต่อบิดามารดาอย่าทุ่มเทสุดใจ สุดกำลังความสามารถชั่วชีวิตความกตัญญูมิได้อยู่ที่การให้บิดารมารดาได้รับประทานอาหารที่ดีและมีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่คุณค่าแห่งกตัญญุตาธรรมอยู่ที่ความกตัญญูที่ออกจากจิตใจอันแท้จริงการกตัญญูต่อบิดามารดา เมื่อบิดามารดาว่ากล่าวตักเตือนอย่าได้เถียงคำแต่น่าเสียดายยิ่งนักว่า ในโลกนี้ไม่มีผู้ใดที่รู้จักความกตัญญูอย่างแท้จริงถ้าสามารถย้อน

จิตกลับสู่ความกตัญญู ก็สามารถคืนสู่หลักแห่งฟ้าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดอุปสรรค ไม่ราบรื่น ก็เพราะไม่มีความกตัญญูหารู้ไม่ว่า ความกตัญญูนั้นสามารถดลจิตดลใจให้ฟ้าเบื้องบนซาบซึ้งใจได้ความกตัญญูกตเวทีเป็นธรรมอันล้ำค่สูงส่ง ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนการจะกตัญญูต่อบิดามารดานั้น ไม่ได้แบ่งว่าต้องเป็นหญิงหรือชายบุญวาสนา เกียรติยศที่ได้มาล้วนเพราะคำว่า กตัญญูฟ้าเบื้องบนจะมองบุตรที่มีความกตัญญูด้วยสายตาเอ็นดูเป็นพิเศษกว่าผู้ใดทุก ๆ คนล้วนสามารถกตัญญูต่อบิดามารดาได้เคารพ กตัญญูต่อบิดามารดาดั่งเคารพฟ้าปากของบุตรกตัญญูจะเปี่ยมด้วยคำพูดแห่งความกตัญญูสะใภ้ที่กตัญญู ก็จะมีสีหน้าและรอยยิ้มแห่งความกตัญญูหากได้กตัญญูต่อบิดามารดาของสามีอย่างเต็มที่ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูและเป็นเมธีคนดีงามลูกผู้หญิงได้ชื่อว่าเป็นกุลสตรี ต้องเริ่มต้นหัดเรื่องความกตัญญูก่อนหลักพึ่งพาสาม คุณธรรมสี่ของสตรีนั้น ความกตัญญูมาเป็นอันดับแรกผู้มีความกตัญญูจะเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในชุมชนและหมู่บ้านหากคนใน

ครอบครัวต่างมีความกตัญญูต่อกัน ทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็จะยินดีปรีดา เป็นสุขทั่วหน้าบุตรกตัญญู พบใครก็จะพูดเตือนให้ผู้อื่นมีความกตัญญูด้วยความกตัญญูสามารถเปลี่ยนแปลงหรือกล่อมเกลาจรรยา ความประพฤติของมนุษย์ให้บังเกิดความดีงามขณะมีชีวิตอยู่ บุตรที่มีความกตัญญูเป็นผู้ที่มีคุณค่าสูงส่งแม้สิ้นชีพแล้ว ผู้กตัญญูมีชื่อเสียงจรรโลงสืบทอดชั่วกาลนานการมีชีวิตบนโลกนี้ อะไรฤาจะสู้แรงกตัญญูได้
ความกตัญญูสามารถดลใจฟาดินให้ซาบซึ้งได้คัมภีร์กตัญญูและหนังสือว่าด้วยความกตัญญู ล้วนสอนให้คนเรารู้จักกตัญญูให้รู้กตัญญูต่อบิดามารดาและต่อบรรพบุรุษบิดามารดาให้กำเนิดบุตรก็เพื่อแสดงความกตัญญูนั่นเองถ้าใครมีความกตัญญู ก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายหญิงที่ดีเมื่อเป็นคนหากสามารถแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดาแล้ว
รุ่นบุตรของตนก็จะกตัญญูต่อตนเช่นกันผู้ที่ยังไม่รู้จักกตัญญูต่อบิดา

มารดาผู้บังเกิดเกล้าในบ้านเมื่อไม่กตัญญู ยามต้องอับจนลำบาก ก็อย่าได้โทษฟ้าบุตรกตัญญู มีใบหน้าลักษณะแสดงความสันติ ละมุนโอบอ้อมผู้มีความกตัญญูต่อบิดามารดาและปรองดองในพี่น้อง ย่อมจะมีความสุขสบายใจยามบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ควรกตัญญูต่อท่าน แต่กลับไม่รู้จักกตัญญูรอจนกระทั่งบิดามารดาสิ้นแล้ว ค่อยสำนึกรู้ตัว เสียใจภายหลังก็สายเสียแล้วความกตัญญูอยู่ที่ใจ มิได้อยู่ที่รูปลักษณ์เปลือกนอกคุณค่าความกตัญญูอยู่ที่การปฏิบัติจริง ไม่ใช่อยู่ที่คำพูด
บุตรกตัญญู สามารถทำให้ครอบครัวมีความผาสุกทั่วหน้าหากบุตรกตัญญูปกครองบ้านเมือง เหล่ามวลประชาราษฏร์ก็จะร่มเย็นเป็นสุขพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ล้วนแต่เพราะพลานุภาพแห่งความกตัญญูด้วยพลานุภาพความกตัญญู ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสันติ

ผู้ที่รู้กตัญญู มิใช่อยู่ที่ความมั่งมีหรือยากจนการเข้าใจถึงจิตใจ ความรู้สึกของบิดามารดาได้ดี ก็ถือว่าเป็นบุตรกตัญญูการมีความปรองดองในหมู่พี่น้อง ก็เป็นความกตัญญูเช่นกันให้รู้ อดทนสละให้ สองคำนี้จะช่วยให้ความกตัญญูพร้อมสมบูรณ์เมื่ออยู่ในสภาวะที่ทุกข์ยากลำบาก ยังมีความกตัญญูนั่นแหละ จึงถือเป็นความกตัญญูอันแท้จริงให้มีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความกตัญญูต่อบิดามารดาเสมอขณะที่บิดามารดายังมีชีวิตอยู่พร้อมหน้า ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้แสดงความกตัญญู
เมื่อเหลือบิดามารดาที่ว้าเหว่าเพียงคนเดียว ยิ่งต้องรู้จักกตัญญูด้วยเพราะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องเร่งรีบแสดงความกตัญญู
เราต้องเป็นผู้แสดงความกตัญญูต่อบิดามารดา ส่วนอายุขัยของท่านนั้นขึ้นอยู่กับฟ้าเป็นผู้กำหนดการได้แสดงความกตัญญูในขณะที่บิดา

มารดายังมีชีวิตอยู่ จึงจะถือได้ว่ามีความกตัญญูอย่าแท้จริงหากรอจนท่านสิ้นแล้ว ค่อยมาแสดงความกตัญญูก็ไร้ความหมายความกตัญญูที่สืบทอดต่อกันมาถือเป็นมรดกอันล้ำค่ายิ่งของครอบครัวจิตกตัญญูมีความโอบอ้อมละมุน ทำให้เกิดความหวานชื่นลูกแพะคุกเข่าดูดนมแม่แพะ แสดงให้เห็นถึงจิตที่รู้กตัญญูนกอีกาก็รู้จักกตัญญู โดยคาบอาหารมาป้อนให้แม่กาหากเกิดเป็นมนุษย์แล้วไม่รู้จักกตัญญูก็ยังสู้สัตว์

เดรัจฉานไม่ได้ นับว่าน่าสงสาร น่าสมเพชจริง ๆร้อยกระทำ หมื่นกุศลความดีงาม ความกตัญญู สำคัญเป็นอันดับแรกพึงรู้คำว่า กตัญญู เป็นรากต้นธารผู้ศรัทธาไหว้พระ ทำความดี ก็ถือว่าเป็นผู้กตัญญู
กตัญญูทำให้ได้อาศัยพระพุทธานุภาพให้ล่วงพ้นสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
ความกตัญญูเอย ความกตัญญูอันยิ่งใหญ่ความกตัญญูช่างยิ่งใหญ่และมีพลานุภาพไร้ขอบเขตสุดที่จะประมาณได้




XSM_10046299DSCF735-1

คาเฟ่ สนทนา

IXMG_02018040914103055






 

 ณัฐฬส วังวิญญู นักกิจกรรมเพื่อสังคม และวิทยากรอบรมกระบวนการเรียนรู้ สถาบันขวัญแผ่นดิน เล่าถึงวงสนทนาง่ายๆ ที่คนในสังคมไทยอาจมองข้าม สุนทรียสนทนาไม่ใช่แค่การพูดคุยสนุกๆ เหมือนวงสนทนาทั่วไป แต่มีวิธีการพูดคุยเพื่อเผยความรู้สึกด้านใน แล้วจะมีประโยชน์อันใดกับชีวิต มาเปิดคาเฟ่คุยกันตรงนี้ดีกว่า... ดื่มคาปูชิโนอุ่นๆ พร้อมเรื่องเล่าจากหัวใจในคาเฟ่เล็กๆ ของคุณย่าวัย 83 ปีในซานฟรานซิสโก อเมริกา เธอให้โอกาสคนที่แวะเวียนผ่านมาดื่มกาแฟ นั่งคุยเปิดพื้นที่ของหัวใจทุกวันอาทิตย์... ณัฐฬส วังวิญญู นักกิจกรรมเพื่อสังคม และวิทยากรอบรมกระบวนการเรียนรู้ สถาบันขวัญแผ่นดิน เล่าถึงวงสนทนาง่ายๆ ที่คนในสังคมไทยอาจมองข้าม เพราะการพูดคุยลักษณะนี้เป็นการเรียนรู้การฟังกันอย่างลึกซึ้งและเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่นและตัวเอง “คุณรู้ไหม คาเฟ่บางแห่งในอเมริกาทำแบบนี้ คุณย่าเจ้าของร้านกาแฟที่ผมเล่าให้ฟัง เชิญให้ทุกคนที่เข้ามาวันอาทิตย์นั่งลง ดื่มกาแฟ แนะนำตัว มีป้ายวางบนโต๊ะว่า
หนึ่ง เราจะฟังกันอย่างลึกซึ้ง
สอง...เราจะไม่ด่วนตัดสิน
สาม...เราจะพูดเยิ่นเย้อกินพื้นที่
สี่......เราจะสนใจเรื่องที่พูดและรู้สึกต่อเรื่องนั้นจริงๆ” ณัฐฬส เล่าและมีเพื่อนที่ผ่านมาขอร่วมวงสุนทรียสนทนาในการสัมภาษณ์ด้วย เธอบอกว่า ทุกวันนี้มีคลับหรือชมรมเยอะขึ้น หรือการไปแดนซ์กลางคืน เพราะเราต้องการสังคม แต่เราไปยึดอย่างอื่นที่ไม่ใช่ด้านในตัวเอง “ต้องหาที่ให้คนในสังคมยืน มีคนสนใจเรื่องพวกนี้น่ะ เพราะคนต้องการหาผู้ฟังเวลาพูด” เหมือนเช่นที่เชียงรายมีกลุ่มวงน้ำชาของกลุ่มนักกิจกรรมสังคม เชื้อเชิญคนเชียงรายมาร่วมวง ณัฐฬสเองก็มีร้านหนังสือเอกเขนกของตัวเองในเชียงราย เป็นการทดลองเล็ กๆ มีมุมกาแฟ มีที่นั่งเล่น “ร้านหนังสือส่วนใหญ่เอาหนังสือล่อให้คนมาซื้อ แต่ผมเอาหนังสือล่อให้คนมาเจอกัน ต้องเข้าใจก่อนว่า กระบวนการเรียนรู้มีหลายวิธี มนุษย์เรียนรู้ตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตัวเราอย่างเดียว แต่เป็นคนในวงสนทนา คำตอบอยู่ที่ตัวเรา ไอเดียและคำพูดจากวงสนทนานำไปพัฒนาตัวเองได้” พื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือคนงานเล็กๆ เมื่อล้อมวงพูดคุยกัน บรรยากาศก็จะดูสบายๆ ผ่อนคลาย ณัฐฬสจัดกระบวนการการเรียนรู้ด้านในมานานกว่า 8 ปี เขาบอกว่า เน้นการเรียนรู้โลกด้วยใจ บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า สุนทรียะสนทนา เพราะคนทำกระบวนการ ต้องการให้คนเรากลับมารู้จักตัวเอง ทั้งร่างกาย ความรู้สึก ความสัมพันธ์กับคนอื่นและ

การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย กระบวนการสุนทรียสนทนาหลักๆ คือ สร้างพื้นที่ที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยต่อความไว้วางใจ คุยแบบเปิดใจร่วมทุกข์ ไม่ต้องแยกพรรคพวก "ทำมา 7-8 ปี คนที่ไม่เคยคุยกันเลย แต่พอมาอยู่ในวงนี้ก็เปิดใจ เราไม่ได้เริ่มจากปัญหา แต่เริ่มจากเรื่องที่พวกเขารู้สึกดีๆ ไม่ว่าเรื่องราวการเดินทาง ชีวิตที่ผ่านมา การต่อสู้ ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ คนที่มีบุญคุณกับเขา คนไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีมักจะมีเรื่องราวต่างๆ ที่พอนึกถึงหรือเล่าออกมาแล้วจะรู้สึกดีๆ" ณัฐฬส เล่าถึงกระบวนการที่ไม่ได้เริ่มจากปัญหาคับข้องใจ “บางคนทำงานด้วยกันกว่าสิบยี่สิบปี ไม่เคยคุยกันมาก่อน บางคนไม่รู้ว่าเพื่อนที่ทำงานมีพี่น้องกี่คน การเรียนรู้แบบนี้ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ต้องอาศัยพลังกลุ่มในการขับเคลื่อน เมื่อคนหนึ่งเริ่มเปิด อีกคนก็จะเปิดใจตาม” กระบวนการสุนทรียสนทนา จึงไม่ใช่การอบรมโดยวิทยากรให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงความคิดและความรู้สึกร่วมกัน ไม่ตัดสินว่าใครผิดหรือถูก โดยมีวิทยากรคอยแนะนำในบางครั้ง “ผมใช้คำว่าให้เกียรติกัน เพราะเวลาเราทำงานในองค์กร เราคาดหวังกันเยอะ แต่ไม่ค่อยให้เกียรติกัน และแนวคิดที่ว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ผลของงานเป็นช่วงของการสร้างชาติ ทำให้คนเอาตัวเองไปฝากไว้ที่คุณค่าของงาน เราอยู่ในโลกที่เราต้องสัมพันธ์กัน เราต้องให้ค่ากัน เพราะ

เราเป็นมนุษย์ และไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ มนุษย์มีความเก่งไม่เหมือนกัน บางคนก็ชุ่ย บางคนไม่ได้เรื่อง แล้วเราจะท้าทายความแตกต่างได้อย่างไร” สิ่งที่ณัฐฬสย้ำคือ ต้องกล้ามองตัวเอง จริงๆ เราเปลี่ยนตัวเองได้ คนที่ชอบตำหนิคนอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องมุ่งมั่นตำหนิคนตลอดเวลาเพราะความนเคยชิน “เหมือนเราโตมากับค้อน ก็ใช้แต่ค้อนหรือ” เรียนรู้อดีตเข้าใจตัวเอง อดีตคือ รอยร้าวในใจที่ณัฐฬส เชื่อมโยงให้เห็นว่า ต้องเยียวยาอดีตก่อน วิธีการคือ ต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อทำให้คนเห็นภาพตัวเอง หลายคนวิ่งหนีอดีต บางคนเป็นเด็กกำพร้า บางคนเพื่อนไม่ยอมรับ นำไปสู่ความรุนแรง “ผลจากอดีตคือ การโทษตัวเอง โทษคนอื่น โทษพ่อแม่ อันนี้คือกรรมนะ แล้วเดี๋ยวนี้ภาษาคำว่าแก้กรรม เยอะมาก ถ้าคุณ

จะแก้กรรม ต้องเยียวยาอดีต แค่นั้นแหละคุณเปลี่ยนชีวิตได้” การทำกระบวนการลักษณะนี้ต้องทำความเข้าใจกับหลักจิตวิทยา ศาสนา ศิลปะและการภาวนา ณัฐฬส บอกว่า คนบางส่วนไม่มีความเชื่อหรือศรัทธาใดๆ ต่อศาสนา เพราะคนสมัยนี้ไม่ได้สนใจที่จะฟังภาษาธรรม "ต้องมีภาษาที่สื่อสารกับชีวิตเขาได้ ถ้าบอกว่าต้องมีศีล ต้องทำความดี แต่ผมอยากบอกว่า เรื่องเหล่านี้คนรู้อยู่แล้ว มันจะไม่ผลกระทบต่อเขา สิ่งที่มีผลกระทบคือสิ่งที่เขารู้สึก คนที่เขารัก ลูก และครอบครัว ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยน อีกอย่างการรับฟังไม่ใช่การเชื่อตาม เป็นการแชร์ความรู้สึก เป็นกระบวนการเรื่องเล่า คนที่มีเรื่องเล่าแบบเดิมๆ ก็สร้างสรรค์โลกแบบเดิมๆ" และไม่ใช่ว่า ร่วมกระบวนการเรียนรู้ไม่กี่ครั้ง จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันที กระบวนการทั้งหมดอยู่ที่การเรียนรู้ด้านในของแต่ละคนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น “ต้องสร้างสังฆะการสนทนาในองค์กรอย่างต่อเนื่องให้ได้ เพราะโลกของความทรงจำอยู่ในจิตไร้สำนึก เวลาดึงโลกของเราออกมา ส่วนใหญ่จะอยู่ในบทสนทนา” ณัฐฬส เล่าถึงการฝึกฝนตัวเองใน

ลักษณะนี้ ต้องมีสติในการพิจารณา ถ้าเราเชื่อว่า เราทำได้ เราก็จะทำ แต่ถ้าเราเชื่อว่า เราทำไม่ได้ เราก็จะไม่ทำ “หลายองค์กรที่ผมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในแง่ความยั่งยืน เพราะคิดว่า ทำเวิร์คชอปแล้วจะได้ผลทันที ทำเรื่องพวกนี้เหมือนการกินข้าว ต้องทำอยู่เรื่อยๆ” แม้การจัดกระบวนการเรียนรู้ขององค์กรธุรกิจและองค์กรเพื่อสังคมจะต่างกัน แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ ต้องการชีวิตที่ดีไม่ต่างกัน “ผมอยากจัดรีทรีทให้ครูมาวิเวกอยู่กับตัวเอง หนังสือเล่มหนึ่งที่ผมแปลตอนนี้เรื่อง 'กล้าสอน' คนแปลคนนี้เคยจัดรีทรีทให้ครูสามสิบคน สามเดือนครั้ง เป็นเวลาสองปี ปรากฏว่า จิตวิญญาณของครูกลับคืนมา การแลกเปลี่ยนความรู้สึกโลกภายในของครู พวกเขาได้ทั้งแรงบันดาลใจในการสอนและสร้างสรรค์ ซึ่งครูส่วนใหญ่ในอเมริกา เต็มไปด้วยเรื่องการเหยียดสีผิว อาวุธปืน ความรุนแรง ผมก็เลยบอกครูที่ผมไปจัดเวิร์คชอปว่า ผมอยากมาทำแบบนี้บ้าง” ณัฐฬส เล่า เพราะอาชีพครูสามารถสร้างผลกระทบให้กับคนในสังคมได้มาก ล้วงลึกความเป็นมนุษย์ นอกจากแนวคิดเรื่องสุนทรียสนทนาที่ทำให้คนเมือง ทั้งองค์กรธุรกิจ องค์กรสาธารณสุข ครูสอนหนังสือแล้ว ณัฐฬส ยังมีแนวคิดเรื่องการจัดกระบวนการให้เยาวชนกระทำผิด “ผมยังไม่ได้ทำงานกับเยาวชนกลุ่มนี้ เด็กส่วนใหญ่ทำไม่ดี เพราะต้องการการยอมรับ มีความเจ็บปวดและถูกบีบคั้น ต้องทำให้เขาให้อภัยตัวเองก่อน ส่วนใหญ่เยาวชนจะ

ทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ชกต่อย ลักเล็กขโมยน้อย ฆ่าคนมีน้อยมาก” กระบวนการล้วงลึกความเป็นมนุษย์สามารถช่วยเยียวยาได้ ณัฐฬสเคยคุยกับคนทำงานในศาล ซึ่งเห็นด้วยกับงานของเขา เนื่องจากการจองจำเยาวชนที่ทำผิดต้องใช้งบประมาณปีหนึ่งกว่าสามหมื่นบาท ถ้าให้มาเข้าคอร์สเปลี่ยนแปลงตัวเองใช้งบประมาณไม่กี่พันบาท เหมือนที่เกริ่นนำตั้งแต่แรกว่า ไม่ใช่วงสนทนาที่วิจารณ์ซึ่งกันและกัน แต่เป็นกระบวนการจากด้านใน มีช่วงของการภาวนา เพื่อเปิดพื้นที่ในหัวใจ ณัฐฬสบอกว่า ไม่ได้ต้องการให้พูดคุยธรรมดา แต่เป็นการพูดคุยล้วงลึกสืบค้นความเป็นมนุษย์ในตัวเรา ต้องอาศัยความกล้าและความสงบ “เหมือนการภาวนาเพื่อให้เกิดการพูดจากข้างใน ซึ่งเราจะใช้ผัสสะทุกอย่าง ทั้งศิลปะ ดนตรี การ

วาดรูป ภาวนา และสมาธิ เพื่อให้เกิดความรู้สึก เพราะการเข้าสู่พื้นที่ในหัวใจ ไม่ได้ผ่านความรู้ ต้องผ่านความรู้สึก” ณัฐฬส บอกและให้เหตุผลว่า ชีวิตคนเราผ่านการเรียนรู้ภาคบังคับมาเยอะ "ระบบการศึกษาถูกตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนามนุษย์ แต่ไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่เราเป็น มันฉุดกระชากวิญญาณ เลือกเฉพาะคนเก่ง มันทำลายจิตวิญญาณมนุษย์" เพราะเขามีความเชื่อต่างจากคนในสังคม จึงมั่นใจว่า คนในสังคมสร้างสิ่งดีๆ ได้ จัดสรรสิ่งแวดล้อมให้ดีกับเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติได้ “คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า เรามีส่วนในการเปลี่ยนแปลงสังคม แต่เชื่อตัวเองว่าหาเงินได้ ผมอยากเห็นสังคมที่เป็นเพื่อนกันและเคารพความเป็นมนุษย์” 

IMMG_000001064

06:01 ชั่วของมนุษย์

TPEET-1147441 IMG-07702399



โพสต์โดย What's going on in America นำมาแบ่งปันโดย k.kwan:http://board.palungjit.com


6:1 ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มทวีมากขึ้นบนพื้นแผ่นดินโลก และพวกเขาให้กำเนิดบุตรสาวหลายคน 6:1 Wickedness of Man 6:1 And it came to pass, when men began to multiply on the face of the earth, and daughters were born unto them,
6:2 บุตรชายทั้งหลายของพระเจ้าเห็นว่าบุตรสาวทั้งหลายของมนุษย์สวยงาม และพวกเขารับเธอทั้งหลายไว้เป็นภรรยาตามชอบใจของพวกเขา 6:2 That the sons of God saw the daughters of men that they were fair; and they took them wives of all which they chose. คำเตือนของพระเจ้าถึงการพิพากษา
6:3 พระเยโฮวาห์ตรัสว่า "วิญญาณของเราจะไม่วิงวอนกับมนุษย์ตลอดไป เพราะเขาเป็นแต่เนื้อหนัง อายุของเขาจะเพียงแค่ร้อยยี่สิบปี" God's Warning of the Coming Judgment 6:3 And the LORD said, My spirit shall not always strive with man, for that he also is flesh: yet his days shall be an hundred and twenty years. 6:4 ในคราวนั้นมีพวกมนุษย์ยักษ์บนแผ่นดินโลก แล้วภายหลังเมื่อบุตรชายทั้งหลายของพระเจ้าเข้าหาบุตรสาวทั้งหลายของมนุษย์ และเธอทั้งหลายคลอดบุตรให้แก่พวกเขา บุตรเหล่านั้นเป็นคนมีอำนาจมาก ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นคนมีชื่อเสียง
6:4 There were giants in the earth in those days; and also after that, when the sons of God came in unto the daughters of men, and they bare children to them, the same became mighty men which were of old, men of renown. จากพระธรรมเอโนค 7:2:11 Note: หนังสือที่ถูกตัดออกจากการเป็นพระคัมภีร์เมื่อประมาณช่วงศตวรรษที่ 2 โดยรีบบีชื่อ

Simeon ben Jochai เพราะซาตานไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวของมัน มันมักแอบทำอะไรแบบลับๆล่อเสมอ เช่น พฤติกรรมของบรรดาสมาชิกของสมาคมลับต่างๆที่บูชาซาตานนั่นเอง "
2. เหล่าฑูตสวรรค์ มองดูพวกนาง จึงเกิดความลุ่มหลงในพวกนาง และกล่าวแก่กันและกันมา ให้พวกเราเลือกบุตรหญิงในหมู่มนุษย์มาเป็นภริยา และ.ให้กำเนิดลูกของเรากันเถิด'
3. และ Samyaza ที่เป็นผู้นำของพวกเขากล่าวแก่พวกเขาว่า: 'ฉันกลัวพวกเจ้าจะไม่เต็มใจที่จะกระทำการเช่นนี้
4. และฉันคนเดียวจะต้องถูกลงโทษในความผิดอันใหญ่หลวง.
5. และพวกเขาทั้งหมดตอบเขาและกล่าวว่า'เราทั้งหมดสาบาน
6. และผูกมัดตัวเองโดยทั้งสองฝ่ายโดยกระทำการอันชั่วช้าร่วมกัน ไม่ละทิ้งแผนนี้แต่ให้ทำสิ่งนี้. 
7. แล้วพวกเขาทั้งหมดสาบานและผูกพันด้วยตนเองโดยทั้งสองฝ่าย กระทำการอันชั่วช้าร่วมกัน พวกเขาทั้งหมดมี

จำนวนสองร้อย ผู้ที่ได้ลงมาสู่อาร์ดีส ที่อยู่บนยอดเขาอาร์โมน (เฮอร์โมน)
8. และพวกเขาจะเรียกภูเขาอาร์โมน(เฮอร์โมน) เนื่องจากพวกเขาได้สาบานและผูกพันด้วยตนเองโดยทั้งสองฝ่ายที่นั่น
9. และเหล่านี้คือชื่อของผู้นำ: Samyaza ผู้นำของพวกเขา, Urakabarameel, Akibeel, Tamiel, Ranuel, Danel, Azkeel, Saraknyal, Asael, Armers, Batraal, Anane, Zavebel, Samsaveel, Ertael, Turel, Yomyael, Arayal. ทั้งหมดมีครบถ้วนในจำนวนสองร้อย
10. พวกเขาก็ได้เลือกภริยาสำหรับตนเอง และพวกเขาได้เริ่มเข้าหาพวกเธอ หา และพวกเขาก็สอนวิชาหมอผี เวทมนต์คาถา การปลุกเสก รวมทั้งวิชาการทำลายล้าง(การทำสงครามในปัจจุบัน-ผู้เรียบเรียง) ให้กับภริยาที่พวกเขาอยู่ร่วมนั้น 
11. และพวกผู้หญิงก็ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรเป็นมนุษย์ร่างยักษ์
12. แต่ละคนมีรูปร่างสูง 300 ศอก คนยักษ์เหล่านี้กินอาหารทั้งหมดของมนุษย์ที่มีอย่างตะกละตะกลาม จนกระทั่งมนุษย์ไม่สามารถเลี้ยงพวกเขาได้ 
13. แล้วพวกมันจึงต่อสู้กับมนุษย์ เพื่อจะได้มากินมนุษย์. 14. และพวกเขาเริ่มทำร้ายนกและสัตว์ และสัตว์เลื้อยคลาน และปลา แล้วก็ฆ่ากันเอง "



วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมฮิตข้อคิดคติสอนใจ

P_0000000040170266440000



วันเสาร์ 29 มิถุนายน 2562 วันเบา ๆ ท้องฟ้าไม่มีแดดกำลังคิดว่าจะทดลองกล้องไม่รู้ว่าจะทดลองได้หรือเปล่าเข้าฤดูฝนมันไม่ดีเลยหลังจากจับกล้อง Digital แล้วก็อยากมาจับกล้องแบบถ่ายได้รูปภาพในบัดดลในปี 1980 เคยจับกล้องถ่ายรูปแบบถ่ายแล้วได้รูปทันทีมาครั้งหนึ่งแล้วยี่ห้อ Kodak Instant Camera มันเงียบหายไปพักใหญ่มาถึงยุค Digital กลับมาได้ความนิยมอีกครั้งแต่คราวนี้เป็น Fuji Instax
สำรวม กาย-วาจา-ใจ
สติ ไว ทำใจ-นิ่ง
บำเพ็ญ ภาวนาจริง
เห็นสรรพสิ่ง ตามจริงเป็น
ไตรลักษณ์ ประจักษ์จิต
เพ่งพินิจ น้อมจิตเห็น
ตายก่อนตาย ให้เป็น
สงบเย็น เป็น นิพพาน
มโนน้อม มุ่งตรง องค์พุทธะ
กายสละ อกุศล มลราศี
วาจาพร่ำ คำธรรมะ พระมุนี
ชั่วชีวี มีความสุข ไร้ทุกข์เอย






IMG_5300000320003

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

孟姜女


ประวัติศาสตร์ ยุค จิ๋นซี ฮ่องเต้ เธอผู้ร้องไห้จนกำแพงเมืองจีนทลายลงได้ ขอฝากสิ่งดี ๆ ไว้ blog แห่งนี้

ด้วยหวังอย่างยิ่งว่ามันน่าจะมีประโยชน์ในการศึกษาสิ่งต่าง ๆ ทั้งทางโลกและทางธรรม


春江花月




春季里来是新春,家家户户点红灯,别人家夫妻团圆叙,孟姜女的丈夫去造长城。

夏季里来热难当,蚊子叮在奴身上,宁愿叮奴千口血,莫叮我夫万喜良。

秋季里来菊花黄,丈夫一去信渺茫,终朝思夫千万遍,深夜不宿我泪两行。

冬季里来雪化飘,孟姜女千里来送寒衣,途中受尽千般苦,但愿夫妻要两相依。

另一唱法:

正月里来是新春,家家户户点红灯;人家丈夫团圆聚,孟姜女的丈夫造长城。

二月里来暖洋洋,燕子双双到南方;燕巢造的端端正,对对成双歇画梁。

三月里来是清明,桃红柳绿百草青;家家坟上飘白纸,喜良家的坟上冷清清。

四月里来养蚕忙,姑娘双双去采桑;桑篮挂在桑枝上,揩把眼泪采把桑。

五月里来是黄梅,黄梅发水泪满腮;家家田里黄秧插,孟姜女的田里草成堆。

六月里来热难当,蚊子飞来嘴逢长;宁可叮我千口血,莫叮我夫万喜良。

七月里来七秋凉,家家防冷做衣裳;皮棉单夹都做到,孟姜女的家中是空箱。

八月里来雁门开,北地先凉冷信来;喜良身上衣单薄,并无雁足带书来。

九月里来是重阳,家家饮酒菊花香;满满筛来我不饮,毫无心绪赏重阳。

十月里来稻上场,牵笼打米纳官粮;家家都把官粮纳,孟姜女家里身抵挡。

冬月里来雪花飞,孟姜女千里送寒衣;前面乌鸦来领路,走到长城冷凄凄。

腊月里来过年忙,家家户户祭祖先;人家都有猪羊杀,孟姜女家中空荡荡。

江 苏民歌 孟姜女 又名 十二月花名 是我国流传最广,影响最深的传统民歌之一。各地都有它的踪迹,但从音乐来看,它与江浙一带的民歌有着更密切的渊源关系。全曲十二段词,分别用时令、花名作 序引,叙述秦始皇时期一对新婚夫妻生离死别的故事。相传,坚贞的孟姜女为被迫去筑造长城的丈夫范杞良千里送寒衣,历尽艰辛,路经苏州浒墅关时被守关吏卒刁 难,无法过关,孟姜女就把自己的悲惨身世编成这首小调献唱,终于感动了吏卒,开关放行。这个故事作为民间口头文学,均形成于唐以前;作为民间时调小曲,约 形成于宋、元以后。千百年来,人们用歌曲传诵着这个动人的故事。倾注着对主人公深切的同情,也借以抒发受压迫者内心的悲怨。它曲调流畅柔丽,感情深切,表 现细腻。其曲调有不少变体,许多戏曲、曲艺音乐和民间器乐中都有由它演变而来的曲调。

有关孟姜女的传说

孟姜女的故事,作 为中国最具特色的四大民间故事之一(其他三个是《牛郎织女》、《梁山伯与祝英台》和《白蛇传》),千百年来一直广为流传。孟姜女的传说一直以口头传承的方 式在民间广为流传。直到20世纪初,在“五四”精神的推动下,她才被纳入到研究者的视野中。中国著名的历史学家顾颉刚将孟姜女传说的原初形态一直上溯到 《左传》上的一个故事。《左传》记述这个故事是想褒扬杞粱妻(也就是后世的孟姜女)在哀痛之际,仍能以礼处事,神志不乱,令人钦佩。

故事 梗概:中国历史上第一位皇帝秦始皇,为防御外敌的入侵,下令在北方大规模修筑长城,强征无数民夫前去服苦役。新郎范杞梁被征之后,因饥寒劳累而死,尸骨被 埋进长城墙内。他的妻子孟姜女背着做好的棉衣千里迢迢来寻找丈夫。当她得知丈夫已不在人世,便坐在城墙边大哭了三天三夜,八百里长城竟在哭声中倾刻倒塌, 露出了丈夫的尸骸。孟姜女重新埋葬了丈夫,独自一人走到大海边,投入了万里海涛。后来,人们在传说她投海处的山海关附近建起了姜女庙,海中的两块礁石也被 后人形象地称为姜女坟,她的名字世世代代被流传了下来。

故事溯源:孟姜女哭长城的故事是我国四大民间传说故事之一,公元前550年发生在淄博的一段真实的杞梁妻的故事被《左传》记载下来,后来演变成孟姜女哭长城的故事,从而成就了这一千古绝唱。

{杞梁之妻}孟姜女的最早原型。春秋时期,齐国的“杞梁之妻”,为孟姜女传说的发端。

{责任编辑:一花一世界}